วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

"อธิบายคำสั่ง"

<?php
$sql ="select * from student order by id asc ";
$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
$num=mysql_num_rows($query);
echo $num;
?>
จงอธิบายคำสั่งแต่ละบรรทัดต่อไปนี้ ในบทความผ่านบล๊อกของนักเรียน

1.$sql ="select * from student เลือกดูตาราง student
2.order by id asc  เรียง id จากน้อยที่สุดไปมากที่สุด
3.$query=mysql_query($sql) ใช้ในการส่ง MySQL query ให้ server ประมวลผล
4.die(mysql_error()); คือ การตรวจสอบว่าเกิดการ error หรือไม่
5.$num=mysql_num_rows($query);  ใช้ในการหาจำนวนแถว
6.echo $num; ใช้แสดงข้อความ

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

<?php echo 'ตัดเกรด'; $score=75; if($score<50){echo 'grade 0';} else if($score<55){echo 'grade 1';} else if($score<60){echo 'grade 1.5';} else if($score<65){echo 'grade 2';} else if($score<70){echo 'grade 2.5';} else if($score<75){echo 'grade 3';} else if($score<80){echo 'grade 3.5';} else {echo 'grade 4';}?>

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556

สีที่ชอบบอกนิสัย




ทรงผมสีผมบอกนิสัย (Hairworld)
          แฟชั่นทรงผมสมัยนี้มาเร็วไปเร็วมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสั้นยาว สไลซ์ ดัด ซอย แต่บางคนยังทำทรงเดิมๆ มาตลอด เคยเปลี่ยนบ้างตามเทรนด์ แต่ท้ายสุดก็กลับมาทำทรงเดิมอีกจนได้ เพราะว่าบางทีคุณมักจะคิดว่าทรงนี้แหละที่เหมาะกับฉันมากที่สุดแล้ว

          ไม่เพียงแต่สภาพเส้นผมที่บ่งบอกว่าคุณเป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่ผมของคุณมากน้อยแค่ไหน อีกอย่างก็คือทรงผมยังสามารถบ่งบอกได้ถึงลักษณะนิสัยและบุคลิกภาพของผู้ที่เป็นเจ้าของอีกด้วยค่ะ 

          เราลองมาดูกันซิว่าคุณมีลักษณะนิสัยเป็นอย่างไรกันบ้าง

           สาวที่ชอบไว้ผมยาวมากๆ ถึงระดับเอว หรือยาวกว่านั้น

          บ่งบอกได้ว่านิสัยของสาวคนนี้เป็นคนที่รักอิสระสูง ชอบเรื่องบันเทิงเริงใจ ช่างคิด ช่างฝัน สดใส อารมณ์ดี มีความมั่นใจในตนเอง แถมยังมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่ตลอดเวลา

           สาวผมยาวกลางหลังเลยบ่ามานิดหน่อย
          บ่งบอกได้ว่าเป็นคนมีความชื่อตรงรักอิสระ ไม่ชอบกฎเกณฑ์ มุ่งมั่นขยันทำงาน มีความรับผิดชอบสูง ไม่อยู่กับที่ ชอบท่องเที่ยวเดินทาง ประมาณว่ามีเป้ 1 ใบ ก็ไปได้ทุกที่แล้ว

           สาวผมยาวและดัดผม
          บ่งบอกได้ว่าเป็นคนที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจ นิสัยใจคอเป็นคนร่าเริง สนุกสนาน เข้ากับคนง่าย ช่างพูดช่างเจรจา และยังเป็นคนที่มีความโรแมนติก ขี้หึงเอาเรื่องเลยล่ะ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ว่าเก็บความลับอะไรไม่ค่อยจะอยู่นี่สิ

           สาวผมยาวประบ่า
          บ่งบอกได้ว่าเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมา คิดอย่างไรพูดอย่างนั้นมีความมั่นใจสูงมากๆ ฉลาดเฉลียวทะเยอทะยาน และที่สำคัญไม่มีลับลมคมในกับใครเขาหรอก

           สาวผมสั้น
          บ่งบอกได้ว่าไม่ว่าคุณจะไว้ผมสั้นแค่ไหนก็ตาม ให้รู้ไว้เลยว่าคุณเป็นคนที่รักความเที่ยงตรงมากๆ รักความก้าวหน้า มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความเป็นโมเดิร์นทันสมัยทันกระแสตลอด เรียกได้ว่าไม่ตกยุคตกเทรนด์นั่นเอง

           สาวผมสั้นและดัด

          บ่งบอกได้ว่าคุณเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น ทะเยอทะยานไม่ชอบการอยู่นิ่งๆ พ่วงด้วยตำแหน่งเจ้าชู้สุดๆ ซะด้วยสิ แต่ก็มีข้อเสียคือขี้เบื่อง่ายมากๆ ค่ะ

           โทนสีดำ

          บ่งบอกได้ว่านิสัยของสาวสีผมโทนนี้เป็นคนรักความสะอาดเป็นที่สุด พิถีพิถันและเป็นคนมีนิสัยอ่อนหวาน เรียบร้อย น่าทะนุถนอมที่น่าอิจฉาคือเป็นคนน่าหลงใหลเป็นที่สุด หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นสเปกของบรรดาหนุ่มๆ นั่นเอง

           โทนสีทองบ่งบอกได้ว่านิสัยของสาวคนนี้เป็นคนขี้เบื่อง่ายค่ะ และเป็นคนมีความมั่นใจสูงมากๆ รักอิสระเป็นที่สุด แถมเป็นคนโผงผางอีกต่างหากค่ะ

           โทนสีน้ำตาล

          บ่งบอกได้ว่าเป็นคนมีนิสัยตรงไปตรงมารักความสงบ ชอบความเรียบง่าย ไม่เรื่องมากไม่จุกจิก แต่ว่าแอบแฝงความหรูหราอยู่ในตัวเอง

           โทนสีสันสดใส เช่น ม่วง แดง เขียว เป็นต้น
          บ่งบอกได้ว่าสาวที่ทำสีผมโทนนี้มีความมั่นใจสูงมากๆ มีความคิดนอกกรอบ มักจะไม่แคร์หรือไม่สนใจใครสักเท่าไหร่ ที่สำคัญเธอคนนี้รักความตื่นเต้นท้าทายในชีวิตเป็นอย่างมากค่ะขอบอก

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

ลักษณะผมร่วง

1. ผมร่วงทั้งศีรษะ มีหลายสาเหตุได้แก่

          โรค Androgenetic alopecia คือ โรคผมร่วงที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ไม่จำเป็นต้องเกิดกับพี่น้องทุกคน แต่บิดาหรือมารดาอาจมีกรรมพันธุ์แฝงอยู่ แล้วถ่ายทอดมายังบุตรได้ โรคนี้มีฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า di-andro-testrosterone หรือ DHT เป็นตัวกระตุ้นทำให้รากผมฝ่อลง โดยฮอร์โมนนี้ไปจับกับเซลล์รากผม ทำให้เส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่มีขนาดเล็กลง พบได้บ่อยในผู้ชายอายุ 16 ปีขึ้นไป จะมีลักษณะผมบางเป็นรูปตัว M และบางมากขึ้นบริเวณด้านหน้า กลางกระหม่อม สุดท้ายจะเหลือเส้นผมเฉพาะบริเวณด้านข้างและด้านหลัง ในผู้หญิงก็พบเช่นกัน ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไปผมจะเริ่มบางบริเวณกลางกระหม่อมและบางมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น วิธีรักษา คือ ใช้ยาปลูกผมและควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

          สุขภาพอ่อนแอและเครียด ถ้าร่างกายอ่อนแอ เช่นมีไข้สูง ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เสียเลือดจากประจำเดือน หลังคลอดบุตร หรือมีเรื่องเครียดเสียใจถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำให้เซลล์ร่างกายเดินถอยหลังและหยุดเติบโต เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้เช่นเดียวกัน การรักษาง่ายๆ เพียงแค่ทำใจให้สบาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่เพื่อบำรุงเซลล์ร่างกายให้ฟื้นตัวกลับมาทำงานได้อย่างปกติ

          ผมเปียกน้ำ ขณะผมเปียกน้ำ ผมเกาะกัน หวีฝืดกว่าผมที่แห้ง และทำลายเส้นผมให้แตกหัก จึงควรใช้ครีมนวดผมเคลือบหลังสระ ทำให้หวีง่าย จัดทรงง่าย ลดแรงดึงผม การดูแลอย่างถูกวิธี คือ ไม่ควรหวีผมซ้ำนานๆ เมื่อหวีติดอย่าฝืน ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดถูแรงๆ ขณะผมเปียก ควรใช้หวีห่างหรือปลายเรียบหวีผมแทน

2. ผมร่วงเป็นหย่อมๆ มีหลายสาเหตุได้แก่

          โรค Alopecia areata เกิดจากเม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ ทำลายเซลล์รากผมของตนเอง ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ถ้าเป็นรุนแรงอาจร่วงทั้งศีรษะรวมไปถึงขนคิ้วและขนตาด้วย พบได้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือต่อมธัยรอยด์เป็นพิษ  การรักษา ควรใช้ยารักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หาย ร่วมกับใช้ยาปลูกผมจากแพทย์

          เชื้อรา ราบนหนังศีรษะ ทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้ มักติดมากับ หวี ผ้าเช็ดผม กรรไกร มีดตัดผมที่ใช้ร่วมกับคนอื่น ควรหมั่นสังเกตตนเองว่าหลังจากนั้นประมาณ 3-4 สัปดาห์มีอาการคันหนังศีรษะ เป็นขุย เส้นผมหักกลางบ้างหรือไม่  การรักษาควรปรึกษาแพทย์และใช้บาฆ่าเชื้อรา

          รวบผมแน่นเกินไป การมัดผม รัดผม ทรงหางม้า ถักเปีย ที่ตึงแน่นเกินไปจะมีผลกระทบต่อรากผมได้ เพราะแรงดึงผมทำลายเนื้อเยื่อรอบๆ ที่ยึดรากผม เส้นผมอาจจะไม่ขึ้นอีก หรืออาจงอกเป็นเส้นหงิก งอ เปราะหักง่ายไม่สมบูรณ์ การรักษา คือ ใช้ยาปลูกผม ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

วิธีปกปิดปัญหาผมบาง

          วิกผม : วิกผมปกปิดได้ทั่วศีรษะ แบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ วิกผมแท้สามารถสระ ไดร์ หรือทำสีผมได้เหมือนกับผมธรรมชาติ ใช้ได้นานราคา 10,000 บาทขึ้นไป ส่วนวิกผมเทียมทำจากโมโนไฟเบอร์เลียนแบบธรรมชาติ สวยไม่แพ้กันแต่ราคาถูกกว่าคือเริ่มต้นที่ 1,000 บาท หาซื้อได้ที่ร้านเสริมสวยทั่วไป

          ทอผมเทียม : คล้ายวิกผมแต่สามารถเลือกปิดผมเฉพาะบริเวณที่บางเท่านั้น โดยสั่งตัดจากช่างเสริมสวยผู้ชำนาญราคา 10,000 บาทขึ้นไป

          ปลูกถ่ายผม : เป็นวิธีเอาผมคุณคืนมาได้จากการผ่าตัดของแพทย์โดยนำรากผมจากท้ายทอยของตัว เองมาปลูกบนบริเวณผมบาง เพราะผมที่ท้ายทอยสามารถปิดแผลได้แนบเนียน ซึ่งแพทย์สามารถปลูกได้ครั้งละ 300-2,000 กราฟต่อครั้ง  (1 กราฟมี 2-3 เส้นแล้วแต่คน) ราคา 80-120 บาท /กราฟ 

          ถึงแม้ผมบางไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไร แต่ก็ทำให้เสียความมั่นใจไม่ใช่น้อย เพียงแค่เข้าใจธรรมชาติของผมและสนใจดูแลให้มากขึ้น รับรองได้เลยว่าผมสวยสุขภาพดีอยู่กับคุณต่อไปอีนานแสนนาน

สมัยรัตนโกสินทร์[แก้]

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 เมืองนครราชสีมามีฐานะเป็นเมืองชั้นเอก กำกับตรวจตราเมืองประเทศราช ๓ เมือง คือ เวียงจันทน์ นครพนม จำปาศักดิ์ ให้รวมทั้งปกครองหัวเมืองเขมร พระยานครราชสีมา (เที่ยง) เป็นผู้สำเร็จราชการ และในรัชสมัยรัชกาลที่ 1นี้ ชาวเมืองนครราชสีมาได้น้อมเกล้าถวายช้างเผือก 2 เชือก
ในสมัยรัชกาลที่ 2 เกิดกบฏ อ้ายสาเกียดโง้ง ที่จำปาศักดิ์ มีรับสั่งให้พระยานครราชสีมา (เที่ยง) นำกองทัพไปปราบ แต่ เจ้าอนุวงศ์ เจ้าประเทศราชเวียงจันทน์ส่งเจ้าราชวงศ์ไปปราบกบฏได้เสร็จสิ้นก่อน และเจ้าราชวงศ์ได้ครองเมืองจำปาศักดิ์ต่อมา ต่อมาทองอิน เชื้อสายของพระเจ้าตาก และบุตรบุญธรรมของเจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) ได้เป็นผู้สำเร็จราชการต่อจากพระยานครราชสีมา (เที่ยง)
ในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ ฉวยโอกาสที่เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน) นำกองทหารไปราชการต่างเมือง ยกทัพลาวมายึดครองเมืองนครราชสีมา และส่งกองทหารไปกวาดต้อนครอบครัวลาวถึงเขตเมืองสระบุรีก่อนที่จะถอยทัพเมื่อกองทัพสยามจากพระนครเริ่มรวมพลได้ทัน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2369 ก่อนกองทัพลาวจะถอยทัพออกจากเมืองนครราชสีมา ไปยังทางเหนือเพื่อสมทบกับกองทัพของเจ้าสุทธิสาร โดยก่อนไป ได้ถอนเสาหลักเมืองออกเพื่อให้เป็นเมืองร้าง และเจ้าอนุวงศ์ได้สั่งการให้ทหารกองหลังรื้อกำแพงเมืองออก เผาประตูเมือง และสถานที่สำคัญๆในเมืองให้หมดสิ้น ให้ตัดต้นไม้ที่ให้ผลให้เหลือแต่ตอ ด้วยที่จะได้กลับมายึดเมืองนครราชสีมาได้สะดวกในภายหลัง ทำให้ต้นไม้ผลถูกตัดหมดสิ้น กำแพงเมืองจากมุมทิศอิสานและกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออกถูกรื้อออกหมด กำแพงเมืองทางทิศใต้ถูกรื้อมาถึงด้านหลังวัดสระแก้ว ส่วนกำแพงเมืองจากมุมทิศอิสานและกำแพงเมืองทางทิศเหนือถูกรื้อ กำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกถูกรื้อออก 1 ส่วนเหลือ 2 ส่วน ประตูเมืองถูกเผาบางส่วน 3 ประตูคือ ประตูเมืองทางทิศตะวันเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออก ชาวเมืองนครราชสีมาผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไม่ได้ถูกกวาดต้อน ได้รับข่าวว่ากองทัพจากพระนครที่ส่งกำลังมาช่วยเหลือ กำลังจะเดินทัพมามาถึงทุ่งโพธิ์เตี้ยห่างจากเมืองนครราชสีมา 10 กม. ในอีกไม่นาน ทำให้กำลังทหารลาวกองหลังของเจ้าอนุวงศ์ที่กำลังทำรื้อกำแพง และเผาทำลายเมืองนครราชสีมาอยู่นั้น เกิดความหวาดกลัวและถอยทัพออกไป ทำให้เมืองนครราชสีมาถูกเผาทำลายลงไปเพียงบางส่วน ส่วนชาวเมืองนครราชสีมาที่ถูกกวาดต้อนไปนั้น ได้รวมตัวกันต่อต้านกองทัพลาวของเจ้าอนุวงศ์ โดยมีพระยาปลัดนครราชสีมา พระยายกกระบัตร และ พระณรงค์สงคราม (มี) เป็นผู้นำในการรบ ณ ทุ่งสัมฤทธิ และผู้นำในการสนับสนุนช่วยเหลือการรบ คือ คุณหญิงโม ภริยาปลัดเมืองนครราชสีมา ต่อมากองทัพชาวนครราชสีมาได้ร่วมกับกองทัพหลวงของกรมพระราชวังบวรฯ ในการรบครั้งต่อๆมาจนกระทั่งเข้ายึดเมืองเวียงจันทน์ได้ในที่สุด ภายหลัง คุณหญิงโมได้รับการแต่งตั้งเป็นท้าวสุรนารี และ พระณรงค์สงครามได้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระยาณรงค์สงคราม
จังหวัดนครราชศรีมา
ในการสงครามเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน) และพระยาณรงค์สงคราม ได้เป็นทัพหน้าของกองทัพที่นำโดยเจ้าพระยาบดินทรเดชานำพลชาวนครราชสีมาทำการรบอย่างกล้าหาญในสงครามกับเวียดนาม และสามารถรุกไปถึงเขตแดนเมืองไซ่ง่อน ก่อนที่จะต้องถอยทัพเนื่องจากกองทัพไทยพ่ายแพ้ในแนวรบด้านอื่น ต่อมาพระยาณรงค์สงคราม ได้เป็นนายทัพสำคัญในกองทัพของเจ้าพระยาบดินทรเดชา จนสิ้นสุดสงคราม
เมื่อ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน) ถึงแก่กรรม พระพรหมบริรักษ์ (เกษ) บุตรชายคนโตของเจ้าพระยาบดินทรเดชาได้รับการแต่งตั้งให้เป็น เจ้าเมืองนครราชสีมาคนต่อมา
เมื่อว่างเว้นจากสงคราม เมืองโคราชได้ฟื้นตัวขึ้นใหม่กลายเป็นชุมทาง การค้าที่สำคัญ ในการติดต่อระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคกลาง มีกองเกวียน กองคาราวานการค้า ขนาดใหญ่ผ่าน และ หยุดพักอยู่เสมอ
ในสมัยรัชกาลที่ 4 บาทหลวงปาลเลกัวซ์ ได้เขียนว่า ตัวเมืองโคราชล้อมรอบด้วยกำแพงตั้งอยู่บนที่ราบสูง เดินทางจากบางกอกใช้เวลา 6 วันโดยไต่ระดับสูงขึ้นไปตามเส้นทาง ดงพญาไฟ ประชากรโคราชมีประมาณ 60,000 คน ครึ่งหนึ่งเป็นคนสยาม อีกครึ่งหนึ่งเป็นคนเขมร ในตัวเมืองมีประชากร 7,000 คน มีคนจีนประมาณ 700 คน มีเหมืองแร่ทองแดง มีโรงหีบอ้อย สินค้า คือ ข้าว งาช้าง หนังสัตว์ เขาสัตว์ ไม้เต็ง อบเชย
ในรัชกาลนี้ เจ้าพระยานครราชสีมา (เกษ) ได้เลื่อนเป็น เจ้าพระยามุขมนตรี (เกษ) และ เจ้าเมืองนครราชสีมาคนต่อมาคือ พระยานครราชสีมา (แก้ว) บุตรชายคนรองของเจ้าพระยาบดินทรเดชา หลังจากนั้น พระยานครราชสีมา (แก้ว) ได้เลื่อนเป็น เจ้าพระยายมราช (แก้ว) และ เจ้าเมืองคนต่อมาคือ พระยานครราชสีมา (เมฆ) บุตรชายคนโตของ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน)
ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระยานครราชสีมา (เมฆ) บุตรของ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอิน) ได้เป็นแม่ทัพบกไปปราบจีนฮ่อที่เมืองหนองคาย ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งมณฑลนครราชสีมาเพื่อควบคุมดูแลหัวเมืองในบริเวณใกล้เคียง เป็นมณฑลแรกของประเทศ มีพระยานครราชสีมา (กาจ สิงหเสนี) บุตรเขยของพระยานครราชสีมา (เมฆ) เป็นผู้ว่าราชการคนแรก มีการจัดตั้งกองทหารประจำมณฑลตามหลักสากล มีการตั้งโรงเรียนนายร้อยตำรวจที่นครราชสีมา มีการสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ผ่านอยุธยา สระบุรี ดงพญาไฟ ไปสู่นครราชสีมา จนเปิดการเดินรถไฟหลวง สายกรุงเทพ - นครราชสีมา ได้สำเร็จ การคมนาคมติดต่อสะดวกขึ้นเป็นอย่างมาก ในช่วงเดียวกันฝรั่งเศสได้เข้ามามีอำนาจเหนือคาบสมุทรอินโดจีน ทำให้สยามจำต้องเร่งการปรับปรุงพัฒนาราชอาณาจักรโดยเฉพาะในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการจัดตั้งการขนส่งปรษณียภัณฑ์ทางอากาศ และ สายการบินระหว่าง กรุงเทพ - นครราชสีมา มีการขยายเส้นทางรถไฟสายอีสาน จนสามารถขยายเส้นทางการเดินรถไฟจาก นครราชสีมา ถึง ขอนแก่น และ นครราชสีมา ถึง อุบลราชธานี ได้สำเร็จในสมัยรัชกาลที่ 7


แหลมพรหมเทพ เป็นแหลมที่อยู่ใต้สุดของเกาะภูเก็ต แต่เดิมชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมเจ้า อยู่ห่างจากหาดราไวย์ประมาณ 2 กม.ซึ่งอยู่ทางตอนใต้สุด ของเกาะภูเก็ตและเป็นจุดชมวิวที่มีทิวทัศน์สวยงามมากแห่งหนึ่งของภูเก็ต เหนือแหลมพรหมเทพเป็นหน้าผาสูงริมทะเล จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหินสามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ ทางขวาจะเห็นหาดทรายขาวของหาดในหาน ไกลออกไปตรงเบื้องหน้าจะเห็นเกาะแก้วพิสดาร รอบด้านเป็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต แหลมพรหมเทพแห่งนี้เป็นที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย
 แหลมพรหมเทพเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งคน ไทยและต่างชาติ เพราะสถานที่นี่สวยงามมากในการชมพระอาทิตย์ตก และในบริเวณเดียวกันยังมีอนุเสาวรีย์กรมหลวงชุมพร และประภาคาร ที่สวยงาม ด้านในประภาคารได้จัดนิทัศการแสดงให้ชมด้วย และสามารถที่จะเดินลงไปที่ปลายของหัวแหลมซึ่งนักตกปลานิยมมาที่นี่มาก
แหลมพรหมเทพเป็นสัญลักษณ์หนึ่ง ที่คนมาภูเก็ตต้องไปดูพระอาทิตย์ตกทะเลผ่านดงตาลและปลายแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ วันเวลาพิเศษสุดพลาดไม่ได้ต้องไปในฤดูแล้งที่ฟ้าใสทะเลสวย เดือนธันวาคมหญ้าบนปลายแหลมจะกลายเป็นสีทองในยามเย็น ใครเห็นก็ต้องยอมรับว่าพระอาทิตย์ตกทะเลสวยที่สุดของประเทศไทยอยู่ที่นี่
ประวัติความเป็นมาเมืองเชียงคานเดิมตั้งอยู่ที่เมืองชะนะคาม ประเทศลาว ซึ่งสร้างโดยขุนคาน โอรสของขุนคัวแห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อประมาณ พ.ศ. 1400 ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2250 อาณาจักรล้านช้างแยกออกเป็นสองอาณาจักรคือ อาณาจักรหลวงพระบาง ซึ่งมีพระเจ้ากีสราชเป็นกษัตริย์ และอาณาจักรเวียงจันทน์ ซึ่งมีพระเจ้าไชยองค์เว้เป็นกษัตริย์ โดยกำหนดอาณาเขตให้ดินแดนเหนือแม่น้ำเหืองขึ้นไปเป็นอาณาเขตหลวงพระบาง และใต้แม่น้ำเหืองลงมาเป็นอาณาเขตเวียงจันทน์ ต่อมาทางหลวงพระบางได้สร้างเมืองปากเหืองซึ่งอยู่ฝั่งขวาของแม่น้ำโขงเป็นเมืองหน้าด่านและทางเวียงจันทน์ได้ตั้งเมืองเชียงคาน
เดิมเป็นเมืองหน้าด่านเช่นกัน ต่อมา พ.ศ. 2320 พระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับพระสุรสีห์ ยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทน์ ตีเวียงจันทน์ได้จึงได้อันเชิญพระแก้วมรกต กลับมายังกรุงธนบุรี แล้วได้รวมอาณาจักรล้านช้างเข้าด้วยกันและให้เป็นประเทศราชของไทย และได้กวาดต้อนผู้คนพลเมืองมาอยู่เมืองปากเหืองมากขึ้น แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เมืองปากเหืองไปขึ้นกับเมืองพิชัย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ เจ้าเมืองเวียงจันทน์ คิดกอบกู้เอกราชเพื่อแยกเป็นอิสระจากไทยโดยยกกำลังจากเวียงจันทน์มายึดเมืองนครราชสีมา แต่ในที่สุดเจ้าอนุวงค์ถูกจับขังจนสิ้นชีวิต กองทัพไทยที่ยกมาปราบเจ้าอนุวงศ์ที่นครราชสีมาได้ยกทัพไปกวาดต้อนผู้คนจากฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงมายังเมืองปากเหืองมากขึ้น และโปรดเกล้าฯ ให้พระอนุพินาศ (กิ่ง ต้นสกุลเครือทองศรี) เป็นเจ้าเมืองปากเหืองคนแรก แล้วพระราชทานชื่อเมืองใหม่ว่า เมืองเชียงคาน ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกจีนฮ่อได้ยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงพระบางและได้เข้าปล้นสะดมเมืองเชียงคานเดิมที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ชาวเชียงคานเดิมจึงอพยพผู้คนไปอยู่เมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) เป็นจำนวนมาก
ครั้งต่อมา เห็นว่าชัยภูมิเมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) ไม่เหมาะสม ผู้คนส่วนใหญ่จึงอพยพไปอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์ซึ่งใกล้กับที่ตั้งของอำเภอเชียงคานปัจจุบัน แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า เมืองใหม่เชียงคาน ต่อมาไทยได้เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส ทำให้เมืองปากเหืองตกเป็นของฝรั่งเศส คนไทยที่อยู่เมืองปากเหืองจึงอพยพมาอยู่เมืองใหม่เชียงคานหรืออำเภอเชียงคานปัจจุบันโดยสิ้นเชิง แล้วได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองเชียงคานใหม่ ได้ตั้งที่ทำการอยู่บริเวณวัดธาตุ เรียกว่าศาลาเมืองเชียงคาน ต่อมาได้ย้ายไปอยู่บริเวณวัดโพนชัย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2452 เมืองเชียงคานซึ่งมีพระยาศรีอรรคฮาด (ทองดี ศรีประเสริฐ) ได้รับตำแหน่งนายอำเภอเชียงคานคนแรก ต่อมาปี 2484 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอเชียงคานมาอยู่ ณ ที่อยู่ปัจจุบันตราบเท่าทุกวันนี้


หมู่เกาะมัลดีฟส์ (Maldives) เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากประเทศศรีลังกา ประมาณ 700 กิโลเมตร ทางตอนตะวันตกเฉียงใต้ หมู่เกาะมัลดีฟส์เกิดขึ้นมาจากการทับถมของหินประการัง ซึ่งลักษณะทางภูมิศาสตร์จะเป็นเกาะเล็กๆ กระจัดกระจายประมาณ 1,192 เกาะ ซึ่งมีคนอยู่อาศัยอยู่ทั้งหมด 250 เกาะ โดยหมู่เกาะเล็กๆนั้นจับกลุ่มกันอยู่เป็นรูปวงแหวนที่เรียกว่า อะตอล (Atoll) ซึ่งมีทั้งหมด 26 อะตอล 
ประเทศมัลดีฟส์เป็นประเทศที่นับได้ว่ามีขนาดเล็กที่สุดในทวีปเอเชีย ทั้งในแง่ของจำนวนประชากรและขนาดพื้นที่ และยังถือเป็นประเทศที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลที่เตี้ยที่สุดในโลกอีกด้วย จุดที่สูงที่สุดแค่ประมาณ 2.3 เมตรจากน้ำทะเล
การเดินทางไปเที่ยวมัลดีฟส์ไม่ยากเลยค่ะแถมยังไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยากด้วย ตอนนี้สายการบินหลักๆจากกรุงเทพฯไปมัลดีฟส์ คือ 1) Bangkok Airways 2) Singapore Airlines 3) Srilankan Airlines 4) Malaysia Airlines โดยสายการบินส่วนใหญ่จะมีการแวะต่อเครื่อง เวลาเดินทางโดยประมาณจากกรุงเทพฯ ก็เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6 -8 ชั่วโมง
สนามบินนานาชาติของมัลดีฟส์จะตั้งอยู่บนเกาะในมาเล่ อะตอล (Male’) ซื่งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของมัลดีฟนั่นก็คือ มาเล่ การเดินทางจากสนามบินไปยังเกาะต่างๆก็สามารถเลือกได้โดยการใช้ เรือด่วน (Speed boat) หรือ เครื่องบินน้ำ (Sea Plane) โดยดูจากแผนที่น่าจะพอได้ไอเดียว่า รีสอร์ทบนหมู่เกาะมัลดีฟส์นี่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด ดังนั้นก็จะต้องวางแผนการเดินทางให้ดี เพราะเวลาการเดินทางอาจจะเริ่มจาก 20 นาทีถึงเกาะ หรือ เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว
นอกจากการพักผ่อนชิลล์ๆริมชายหาด ทอดสายตาออกไปในมหาสมุทรอันแสนใกลจากที่พักอันแสนจะรื่นรมย์ ซึมซับธรรมชาติให้ชุ่มปอดแล้ว กิจกรรมไฮไลท์ที่นี่ก็คือการชมประการัง ด้วยการดำน้ำไม่ว่าจะเป็น การดำน้ำบนผิวน้ำแบบ Snorkel Diving หรือ ดำน้ำลึกแบบ Scuba Diving ซึ่งจะเป็นหนึ่งในสุดยอดประสบการณ์ชีวิตของคนรักการท่องเที่ยวเลยทีเดียว ถ้าหากไม่ดำน้ำว่ายน้ำไม่เป็นหรือไม่แข็งแรงก็ไม่ต้องเสียใจไปค่ะ เพราะมีกิจกรรมอื่นๆอีก (แล้วแต่รีสอร์ทที่พัก) เช่น นั่งเรือไปชมฝูงปลาโลมา หรือพายเรือแคนนู เล่นเรือใบ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม เรียกได้ว่าสิ่งที่รออยู่ในมัลดีฟส์ก็การพักผ่อนโดยการหลีกหนีความวุ่นวายและปล่อยใจให้หลงไปอยู่ในความงามของธรรมชาติและท้องทะเลอย่างแท้จริง




เกาะเต่า เป็นเกาะที่มีพื้นที่อยู่ในฝั่งของทะเลอ่าวไทย และอยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลักษณะของเกาะเต่า จะมีลักษณะที่โค้งเว้า เหมือนกับเมล็ดถั่ว ซึ่งเกาะเต่า จะตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ เกาะพงัน จ.สุราษฏร์ธานี ระยะทางจากเกาะพงันถึงเกาะเต่า ประมาณ 45 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 1,723 คน นอกจากนี้ในบริเวณใกล้เคียงกับเกาะเต่ายังมีเกาะนางยวนซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ด้านตะวันตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเต่า มีสันทรายเชื่อมต่อกับเกาะเต่าในลักษณะเหมือนทะเลแหวก เป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังอีกแห่งหนึ่ง

สถานที่ท่องเที่ยวของเกาะเต่า

  • สวนหิน จปร.
  • แหลมตาโต๊ะ
  • อ่าวลึก
  • กองหินเขียว
  • เกาะกงทรายแดง
อำเภอเกาะพะงัน ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นอำเภอที่มีพื้นที่น้อยที่สุดของจังหวัด ตั้งอยู่ในอ่าวไทย ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอเกาะสมุยประมาณ 15 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ เกาะพะงัน มีพื้นที่ 168 ตารางกิโลเมตร และเกาะเต่า มีพื้นที่ 25 ตารางกิโลเมตร (รวม 193 ตารางกิโลเมตร)

ลักษณะภูมิอากาศ

เกาะพะงันได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้ง 2 ด้าน คือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูกาลแบ่งออกเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน
  • ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เป็นช่วงปลายลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศจะคลายความชุ่มชื้น ประกอบกับมีกระแสน้ำอุ่นพัดจากทะเลจีนใต้ ทำให้มีฝนตกน้อยและอุณหภูมิสูงขึ้น แต่คลื่นลมสงบ น้ำทะเลใส เหมาะแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
  • ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงมกราคม สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นช่วงลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้มีฝนตกชุกไปจนถึงเดือนมกราคมของทุกปี โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน มีจำนวนวันที่ฝนตกโดยเฉลี่ยถึง 20.2 วันต่อเดือน ปริมาณน้ำฝน 1,919.2 มิลลิเมตรต่อปี
  • การปกครองส่วนภูมิภาค

    อำเภอเกาะพะงันแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 3 ตำบล 17 หมู่บ้าน ได้แก่
        
    1.เกาะพะงัน(Ko Pha-ngan)8 หมู่บ้าน
    2.บ้านใต้(Ban Tai)6 หมู่บ้าน
    3.เกาะเต่า(Ko Tao)3 หมู่บ้าน
     แผนที่

    การปกครองส่วนท้องถิ่น

    ท้องที่อำเภอเกาะพะงันประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 แห่ง ได้แก่
    • เทศบาลตำบลเกาะพะงัน ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเกาะพะงันและบางส่วนของตำบลบ้านใต้
    • เทศบาลตำบลบ้านใต้ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านใต้ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเกาะพะงัน)
    • เทศบาลตำบลเพชรพะงัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะพะงัน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเกาะพะงัน)
    • เทศบาลตำบลเกาะเต่า ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเกาะเต่าทั้งตำบล
อำเภอเกาะสมุย เป็นอำเภอที่มีสภาพเป็นหมู่เกาะในอ่าวไทยอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่ 1 ใน 3 เป็นที่ราบซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งทางฝั่งทะเลอ่าวไทย อำเภอเกาะสมุยมีพื้นที่ของเกาะต่าง ๆ รวมกันรวมประมาณ 252 ตารางกิโลเมตร เฉพาะตัวเกาะสมุยเองมีพื้นที่ประมาณ 228 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของประเทศไทยรองจากเกาะภูเก็ตและเกาะช้าง

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอเกาะสมุยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 39 หมู่บ้าน ได้แก่
1.อ่างทอง(Ang Thong)6 หมู่บ้าน
2.ลิปะน้อย(Lipa Noi)5 หมู่บ้าน
3.ตลิ่งงาม(Taling Ngam)5 หมู่บ้าน
4.หน้าเมือง(Na Mueang)5 หมู่บ้าน
5.มะเร็ต(Maret)6 หมู่บ้าน
6.บ่อผุด(Bo Phut)6 หมู่บ้าน
7.แม่น้ำ(Mae Nam)6 หมู่บ้าน
   แผนที่
เดิมเกาะสมุยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่ชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว มีร้านค้า โรงแรม และสถานบันเทิงต่าง ๆ มากมาย หาดที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนเกาะสมุย คือ หาดเฉวง บริเวณชายหาดยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ถ้าได้ลงมือเดินตั้งแต่ต้นหาดจนกระทั่งถึงปลายหาดจะใช้เวลาประมาณถึง 2 ชั่วโมง เพราะการเดินบนผืนทรายไม่เหมือนการเดินบนพื้นดินปรกติ หาดที่มีความสวยงามเป็นอันดับรองลงมา คือ หาดละไม หาดเชิงมนต์ แหลมโจรคร่ำ หาดท้องยาง หาดหน้าทอน หาดพังกา และหาดตลิ่งงาม
คำซ้ำ หมายถึง คำที่ออกเสียงซ้ำคำเดิมให้ต่อเนื่องกันโดยใช้เครื่องหมายไม้ยมก (ๆ) เติมหลังคำ คำที่ซ้ำเสียงอาจจะมีความหมายคงเดิมหรือแตกต่างกันไปจากเดิมขึ้นอยู่กับความหมายของคำและบริบทที่ประกอบ
1. วิธีสร้างคำซ้ำ สามารถสร้างได้หลายวิธี ได้แก่
    1.1 นำคำในภาษาไทยทุกชนิด ทั้งนาม สรรพนาม กริยา วิเศษณ์ บุพบท สันธาน อุทาน มาซ้ำเสียงได้ทั้งหมด เช่น เด็กๆ เธอๆ หลับๆ ต่ำๆ ใกล้ๆ ราวๆ โฮๆ เป็นต้น
    1.2 นำคำซ้อนมาออกเสียงซ้ำๆ เช่น สวยๆ งามๆ งกๆ เงิ่นๆ เตาะๆ แตะๆ เลียบๆ เคียงๆ เป็นต้น
2. ความหมายของคำซ้ำ คำซ้ำแต่ละคำมีความหมายเฉพาะคำแตกต่างกันไปมากมาย
    2.1 ความหมายแสดงพหูพจน์ เช่น
        เด็กๆ กำลังเล่นฟุตบอล
        พี่ๆ ให้ของขวัญแก่น้อง
    2.2 ความหมายแสดงการแยกเป็นส่วนๆ มักเป็นลักษณนาม เช่น
        คุณแม่หั่นหมูเป็นชิ้นๆ
        วิชุดาล้างจานให้สะอาดเป็นใบๆ สิ
    2.3 ความหมายเน้นหรือเพิ่มน้ำหนักความหมายให้ชัดเจนขึ้น อาจเปลี่ยนเสียงส่วนหน้าเป็นเสียงวรรณยุกต์ตรีเพื่อเน้นความหมายให้เด่นชัดหรือมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น
        เดินดีๆ ระวังรถด้วยนะ
        สุชาติลาพักร้อน 1 สัปดาห์เต็มๆ
        นางแบบคนนี้หุ่นดี๊ดี
        ฉันเกลี๊ยดเกลียดคนโกหก
    2.4 ความหมายเบาลงหรือลดน้ำหนักความหมายลง เช่น
        เขายังเคืองๆ เธออยู่นะ
        ฝีมือวาดรูปของเขาคล้ายๆ พ่อ
        เราสองคนกำลังคบๆ กันอยู่
    2.5 ความหมายไม่เจาะจงหรือไม่กำหนดแน่นอน
        อะไรๆ ฉันก็กินได้
        บ้านฉันอยู่แถวๆ เอกมัย
        ผ้าดีๆ อย่างนี้หาซื้อยากนะ
    2.6 ความหมายเปลี่ยนไปเป็นสำนวนที่มีความหมายเฉพาะ เช่น
        ปุรยวีร์ล้างผักแบบลวกๆ (หยาบ, ไม่สะอาด)
        ไปๆ มาๆ เขาก็ต้องไปเป็นเพื่อนเธอ (ในที่สุด)
3. ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำซ้ำ การสร้างคำซ้ำและการใช้คำซ้ำให้ถูกต้องนั้น ผู้ใช้ควรคำนึงถึงลักษณะของคำซ้ำ ซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้
    3.1 คำบางคำสามารถใช้ได้ทั้งรูปคำโดด และคำซ้ำ แต่ถ้าเป็นคำซ้ำที่ใช้ในบริบทเดียวกันจะให้ภาพพจน์ได้ดีกว่า เช่น
        เขาเปียกฝนนั่งสั่นงั่ก
        เขาเปียกฝนนั่งสั่นงั่กๆ
        ประโยค 1 และประโยค 2 แม้จะมีความหมายเหมือนกัน แต่ประโยค 2 ให้ภาพพจน์ทำให้กระทบใจผู้รับสารได้ดีกว่า
    3.2 คำซ้ำคำเดียวกัน อยู่ในบริบทต่างกัน ความหมายอาจต่างกัน เช่น
        ขณะที่ฟุตบอลกำลังสนุก สถานีโทรทัศน์กลับตัดเข้าโฆษณาเฉยๆ (ตัดภาพเป็นโฆษณาทันที)
        เขาปล่อยที่ไว้เฉยๆ ไม่ปลูกอะไรเลย (ทิ้งไว้อย่างนั้น)
    3.3 คำซ้ำเป็นคำสรรพนามและิวิเศษณ์ เช่น ใคร อะไร ไหน เป็นต้น จะมีใจความที่ไม่เจาะจง และจะใช้ ก็ ประกอบข้อความด้วยเสมอ เช่น
        ใครๆ ก็ชอบฟังเพลง
        ที่ไหนๆ ก็ไม่สุขใจเท่าบ้านของเรา
        ไม่ว่าดอกไม้อะไรๆ ที่สวนแห่งนี้ก็สวยมาก
    3.4 การอ่านคำซ้ำหรือข้อความที่มีเครื่องหมายไม้ยมก (ๆ) ประกอบ ต้องพิจารณาว่าจะอ่านซ้ำคำหรือกลุ่มคำ เช่น
        วันไหนๆ เราก็มีความสุขได้ (อ่านว่า วัน-ไหน-ไหน)
คำซ้อน (บาง ทีเรียก คำคู่) คือ คำที่มีคำเดี่ยว 2 คำ อันมีความหมายหรือ เสียงคล้ายกันใกล้เคียงกันหรือ เป็นไปในทำนองเดียวกัน ซ้อนเข้าคู่กัน เมื่อซ้อนแล้วจะมีความหมายใหม่เกิดขึ้น หรือมีความหมายและที่ใช้ต่างออกไปบ้าง คำซ้อนแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ คำซ้อนเพื่อความหมาย และ คำซ้อนเพื่อเสียง

เจตนา ในการซ้อนคำก็เพื่อให้ได้คำใหม่ มีความหมายใหม่ ถ้าซ้อนเพื่อความหมาย ก็มุ่งที่ความหมายเป็นสำคัญ ถ้าซ้อนเพื่อเสียง ก็มุ่งที่เสียงเป็นสำคัญ


ลักษณะคำซ้อนเพื่อความหมายที่เป็นคำไทยซ้อนกับคำภาษาอื่นส่วน มากเป็นคำภาษาบาลีสันสกฤตและเขมร เพื่อประโยชน์ในการแปลความหมายด้วยในการสร้างคำใหม่ด้วยดังกล่าวแล้ว คำที่มาซ้อนกันจึงต้องมีความหมายคล้ายกันเมื่อซ้อนแล้วความหมายมักไม่ เปลี่ยนไป คำซ้อนลักษณะนี้มีดังนี้

  1. คำไทยกับคำบาลีสันสกฤต ได้แก่ ซากศพ (ศพ จาก ศว สันสกฤต) รูปร่าง โศกเศร้า ยวดยาน ทรัพย์สิน (ทรัพย์ จาก ทฺรวฺย สันสกฤต) ถิ่นฐาน จิตใจ ทุกข์ยาก

  2. คำไทยกับคำเขมร ได้แก่ แสวงหา เงียบสงัด เงียบสงบ ถนนหนทาง สะอาดหมดจด ยกเลิก เด็ดขาด

  3. คำภาษาอื่นซ้อนกันเอง
    • คำบาลีกับสันสกฤตซ้อนกันเอง ได้แก่

    • อิทธิฤทธิ์ (อิทฺธิ บ. + ฤทฺธิ ส.)

    • รูปพรรณ (รูป บ.ส. + พรรณ จาก วรฺณ ส.)

    • รูปภาพ (รูป + ภาพ บ.ส.)

    • ยานพาหนะ (ยาน + วาหน บ.ส.)

    • ทรัพย์สมบัติ (ทฺรวฺย ส. + สมฺปตฺติ บ.ส.)

  4. คำเขมรกับบาลีสันสกฤต ได้แก่ สุขสงบ สรงสนาน เสบียงอาหาร

  5. คำเขมรกับเขมร ได้แก่ สะอาดสอาง สนุกสบาย เลิศเลอ สงบเสงี่ยม
คำประสม
          คำมูล คือ คำที่เราตั้งขึ้นเฉพาะเดียวๆจะเป็นคำที่มาจากภาษาไหนก็ดี หรือคำที่ตั้งขึ้นใหม่ในภาษาไทยเฉพาะคำหนึ่งๆ
          คำประสม คือ คำที่เกิดจากการนำคำมูล 2 คำมาประสมกัน ทำให้เกิดคำที่มีความหมายใหม่ขึ้น
          การประสมคำเป็นวิธีเพิ่มคำที่ใช้มาครั้งแต่โบราณกาล เราจึงมีคำประสมใช้มากมายเพื่อใช้เรียกสิ่งของ วัตถุ อาหาร บุคคล ของใช้ อุปกรณ์ วิธีกาล และกิจกรรม ต่างๆ
           คำประสมประกอบด้วยคำแรก เรียกว่า คำตั้ง และตามด้วย คำเติม
หน้าที่ของคำประสม
          ๑.ทำหน้าที่เป็นนาม, สรรพนาม เช่น พ่อครัว พ่อบ้าน แม่พระ ลูกเสือ น้ำตก ช่างไม้ ชาวบ้าน เครื่องบิน หัวใจ นักการเมือง หมอตำแย ของเหลว
          ๒.ทำหน้าที่เป็นกริยา เช่น เสียเปรียบ กินแรง กินนอกกินใน อ่อนใจ ดีใจ เล่นตัว วางตัว ออกหน้า หักหน้า ลองดี ไปดี
          ๓.ทำหน้าที่เป็นวิเศษณ์ เช่น กินขาด ใจร้าย ใจเพชร ใจร้อน หลายใจ คอแข็ง
          ๔.ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เช่น
ก้มหน้า หมายถึง จำทน
แกะดำ หมายถึง คนที่ทำอะไรผิดจากผู้อื่นในกลุ่ม
ถ่านไฟเก่า หมายถึง หญิงชายที่เลิกร้าง
ไก่อ่อน หมายถึง ยังไม่ชำนาญ
นกต่อ หมายถึง คนที่ติดต่อหรือชักจูงผู้อื่นให้หลงเชื่อ
คางเหลือง หมายถึง ป่วยหรือบาดเจ็บมากจนแทบเสียชีวิต

วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กล้องถ่ายรูปโพลารอยด์ (Polaroid Camera)

กล้องถ่ายรูปโพลารอยด์ เป็นกล้องถ่ายรูปที่เมื่อถ่ายเสร็จจะได้ภาพทันทีเพราะมีกระบวนการล้างอัดอยู่ในตัวฟิล์ม

สร้างภาพภายในเวลาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น ภาพที่ได้จะเป็นภาพโฟสิติฟ (Positive)

กล้องชนิดนี้เหมาะในการใช้งานที่ต้องการความรวดเร็วรีบด่วนและเพื่องานบางอย่างเท่านั้น

ข้อเสียก็คือฟิล์มที่ใช้กับกล้องชนิดนี้มีราคาค่อนข้างสูง และภาพที่ได้ไม่มีความคงทนเก็บไว้ได้ไม่นานเหมือนขบวนการถ่ายรูปทั่วๆไป

คุณสมบัติของกล้อง

- กล้องโพลารอยด์รุ่นนี้มีกระจกให้ถ่ายรูปตัวเองได้

- จัดสรรภาพทำเป็นอัลบั้มสำหรับรูปโพลารอยด์ โดยเฉพาะได้เลย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร

- รุ่นนี้มีความสามารถเพิ่มขึ้นคือ มีแฟลช แล้วก็ซูมได้ 35 cm.

- ขนาด 112.0 x 121.0 x 50.5mm

- น้ำหนัก 275 กรัม

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556


ศัพท์ทางทัศนศิลป์
Fine Art   วิจิตรศิลป์
งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อความงดงาม
Appiled Art ศิลปะประยุกต์
งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงความงามร่วมกับประโยชน์ใช้สอย
Painting จิตรกรรม
งานศิลปะที่เกิดจากการขีดเขียน ระบายสี โดยถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก
และความนึกคิดลงบนพื้นระนาบรองรับ
Drawing  วาดเส้น
การวาดเขียนด้วยดินสอเป็นภาพหรือการร่างภาพไว้ก่อน
Monochrome เอกรงค์
สีสีเดียว
Aural arts โสตศิลป์
ศิลปะที่ผ่านการสัมผัสทางหู
Art@ crafts
เป็นงานที่ทำด้วยมือ เช่น งานถักทอ
Unity ความเป็นเอกภาพ
ดูแล้วเป็นภาพที่กลมกลืนกัน
Logo ตราสัญลักษณ์
เป็นสัญลักษณ์ เครื่องหมายทั่วไป
Mascot สัญลักษณ์นำโชค
มีความวิเศษ เฉพาะกิจกรรม
Tint สีที่ผสมด้วยสีขาว
สีที่ไม่ใช้สีแท้
Shadow เงาตกทอด
ส่วนที่โดนแสง ส่วนที่แสงกระทบ และเกิดเป็นเงา
Figure  ภาพคนเต็มตัว
ภาพเขียนคนเต็มตัว
Mother wash สีชุ่มน้ำ
สีที่มีน้ำอยู่มากกว่าครึ่งของสี
Values  น้ำหนักสี
การไล่ค่าน้ำหนักสี
Mosaic งานโมเสก
จิตรกรรมกระเบื้องสี
Architecture สถาปัตยกรรม
งานก่อสร้าง  งานโครงสร้าง
Art brut  ศิลปะดิบ
ศิลปะแบบทำกะทันหัน หรือเพิ่งสร้างสรรค์เสร็จ

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

7 เคล็ดลับการกินเพื่อสุขภาพเพื่อให้นำไปใช้กัน
1.ทานอาหารเช้าเป็นประจำ เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดและควรเป็นมื้อที่มีคุณค่าครบทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะนอกจากจะช่วยเติมพลังให้ร่างกายและสมองแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดช่วยให้การเผาผลาญพลังงานดีขึ้น

2.เลือกอาหารจากธรรมชาติไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์(มอลต์) ถั่ว ข้าวสาลี (โฮลวีต) เมล็ดทานตะวัน เป็นต้น ซึ่งอาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งรวมของแร่ธาตุ วิตามิน โปรตีนที่ปราศจากคอเลสเตอรอลและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน มีสารแอนติออกซิแดนท์ ใยอาหารและปัจจัยอื่นช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตได้ หรืออาจเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลวีต ซีเรียลจากมอลต์ เป็นต้น

3.เพิ่มผักผลไม้ในมื้ออาหารและทานเป็นประจำ เพื่อเพิ่มวิตามิน เกลือแร่และสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยนำคอเลสเตอรอลและสารก่อมะเร็งบางชนิดออกจากร่างกาย ทำให้ลดการสะสมของสารก่อมะเร็งบางชนิด และมีกากใยช่วยในการขับถ่าย ช่วยให้กระบวนการต่างๆ ในร่างกายดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.ลดขนมขบเคี้ยวและขนมอบ ที่มีแต่ไขมัน เกลือ น้ำตาลและสารปรุงแต่งอื่นๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากอยากทานขนมอาจหันมาทานขนมที่มีส่วนผสมของธัญพืชเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับขนมที่มีประโยชน์น้อย อย่างไรก็ตาม ควรทานในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น
5.กินปลา ไข่และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ช่วยเสริมสร้างร่างกายในผู้เยาว์และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสลายในผู้สูงวัย เป็นส่วนประกอบของสารสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดเชื้อ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน ไขมันในเส้นเลือดสูง เป็นต้น

6.ดื่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมีน้ำตาลสูง การดื่มน้ำผักผลไม้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเพราะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุกว่า 50 ชนิด เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัน

7.ดื่มน้ำและนมให้เป็นนิสัย ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยระบบขับถ่ายและมีน้ำหล่อเลี้ยงในเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย และควรดื่มนมอย่างน้อยวันละ 1-2 แก้ว ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ เพราะนมอุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กๆ ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง โดยชนิดของนม ขึ้นอยู่กับวัย หากเป็นเด็กทีกำลังเจริญเติบโตควรเป็นนมจืดธรรมดา แต่ในผู้สูงอายุควรเป็นนมพร่องมันเนยเพื่อมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอล